ส่วนที่จะให้แสดง " ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเหนือกว่าอริร่วมเมือง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะไปอย่างสุดมัน ไม่เคิ่ล โอเว่น สวมบทซุปเปอร์ซับ ซัดประตูชัยช่วงทดเวลาเจ็บ พา แมนยูฯยู เก็บสามคะแนนเต็มได้อย่างเหลือเชื่อ และยังเป็นการยัดเยียดความพ่ายแพ้นัดแรกให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วยส่วนที่เหลือ ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก
แมนยูฯยูไนเต็ด 4 - แมนยูฯซิตี้ 3
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด รับมือ "เรือใบสีฟ้า" แมนยูฯซิตี้ เป็นดาร์บี้ แมตช์ ที่ถูกจับตาเป็นอย่างยิ่ง โดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ฟิตทันมายืนเกมรับ และเขาเลือก ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ยืนหน้าคู่กับ เวย์น รูนี่ย์ โดย พอล สโคลส์ ติดโทษแบน
ทางฝั่งทีมเยือนมีข่าวดีตรงที่ คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาฟิตลงสนามได้ เขาได้เจอกับทีมเก่าตัวเอง โดยมายืนคู่กับ เคร็ก เบลลามี ส่วน เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ติดโทษแบน และผู้เล่นอย่าง โรบินโญ่, โรเก้ ซานตา ครูซ ก็บาดเจ็บอยู่
เพียงแค่ 2 นาทีแรกเจ้าถิ่นก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาได้ทุ่มทางซ้าย ปาทริซ เอวร่า หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนจะดีดกลับมาให้ เวย์น รูนี่ย์ หลอกล่อท่ามกลางกองหลังของ แมนยูฯซิตี้ 4-5 คน ก่อนที่ รูนี่ย์ จะซัดที่เสาแรกผ่าน เชย์ กิฟเว่น ตุงตาข่าย เป็นลูกที่ 6 ในลีกของเขา แมนยูฯยูไนเต็ด นำ 1-0
แมนยูฯยูฯ คึกคักทีเดียว แต่เกมรับของ แมนยูฯซิตี้ เริ่มตั้งลำได้และยันเกมรุกของเจ้าถิ่นได้โอเคทีเดียว น.14 ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ได้บอลจาก อันแดร์สัน ก่อนจะยิงจากระยะ 25 หลา บอลโด่งข้ามคานออกไป
และแล้ว 2 นาทีหลังจากนั้นทีมเยือนก็ตีเสมอได้ เมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปล่อยให้ เบ็น ฟอสเตอร์ ออกมาเอาบอลโดยประมาทความเร็วของ คาร์ลอส เตเวซ ไปนิด ทำให้กองหน้าอาร์เจนไตน์ไปแย่งบอลจาก ฟอสเตอร์ ได้ ก่อนจะส่งถวายพานให้ แกเรธ แบร์รี่ วิ่งมายิงเน้นๆจากระยะ 18 หลา บอลเข้าโกล์ไปสบายๆ โดย เนมานย่า วิดิช บล็อกไม่ทัน สกอร์เปลี่ยนเป็น 1-1
เกมเปิดแลกกันเลย น.23 ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ลากบอลจากทางขวาได้สวย ก่อนจะเปิดเข้าเขตโทษให้ คาร์ลอส เตเวซ ขึ้นโหม่งข้ามคานออกไป
แมนยูฯซิตี้ ครองบอลสู้กับ แมนยูฯยูไนเต็ด ได้ดีทีเดียว แต่ น.32 แมนยูฯยูฯ ได้ลุ้นทำประตู เมื่อ รูนี่ย์ แย่งบอลได้จากผู้เล่นทีมเยือน ก่อนจะยิงจากระยะ 20 หลา แต่วางเท้าไม่ดีบอลจึงโด่งข้ามคานออกไป
น.38 แมนยูฯยูไนเต็ด ได้ฟรีคิกทางซ้าย ไรอัน กิ๊กส์ โยนเข้าไปให้ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ โหม่งที่เสาแรก แต่หลุดกรอบออกไป
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แมนยูฯซิตี้ น่าแซงนำเหลือเกิน เมื่อต่อบอลได้สวยก่อนที่ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ จะปล่อยบอลให้ คาร์ลอส เตเวซ ยิงโล่งๆในกรอบโทษด้านขวา บอลพุ่งโดนเสาอย่างน่าเสียดาย ครบ 45 นาทีสกอร์อยู่ที่ 1-1
ครึ่งหลังทั้ง 2 ทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเริ่มไปได้แค่ 3 นาทีเจ้าถิ่นก็นำอีกครั้ง เมื่อ ไรอัน กิ๊กส์ โยนบอลทางซ้ายให้ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ เบียด แกเรธ แบร์รี่ ขึ้นโหม่งบอลเบียดเสาแรกตุงตาข่าย แมนยูฯยูฯ นำ 2-1
แมนยูฯยูฯ มาเป็นชุดเลย หลังจากนั้น 2 นาที พวกเขาได้ลุ้นจากการยิงของ พาร์ค ชี ซอง ระยะ 25 หลา แต่บอลหลุดกรอบออกไป ครู่ต่อมา กิ๊กส์ ก็หลุดไปยิงทางซ้าย แต่ติดเซฟขชอง กิฟเว่น
แต่แล้ว น.52 แมนยูฯซิตี้ ก็ตีเสมอได้อีกครั้ง คราวนี้เป็น เคร็ก เบลลามี ที่ได้บอลทางซ้าย ก่อนจะตัดเข้ากลาง และยิงอย่างเหนือความคาดหมายเต็มๆด้วยอีขวา บอลพุ่งผ่านมือ ฟอสเตอร์ เสียบเสาสองงามหยด สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-2
ปีศาจแดง เดินเกมรุกดดันหมายจะเอาประตูที่ 3 น.62 พวกเขาส่ง อันโตนิโอ วาเลนเซีย ไปแทน พาร์ค ชี ซอง ซึ่งหลังจากนั้น 3 นาที แมนนยูฯ น่าได้เม็ดที่ 3 อย่างที่สุดจากลูกเตะมุม แล้วเป็น เบอร์บาตอฟ ที่โหม่งเผาขน แต่ เชย์ กิฟเว่น ซูเปอร์เซฟ ปัดเอาไว้ได้
น.68 โกล์ซิตี้ได้โชว์ซูเปอร์เซฟอีกครั้ง เมื่อน้ากิ๊กส์ลากโชว์ทางซ้าย ก่อนจะเปิดให้ เบอร์บาตอฟ โหม่งเต็มๆจะเข้าอยู่แล้ว แต่ เชย์ กิฟเว่น ปัดเอาไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องแก้เกม เหลืออีกไม่ถึง 15 นาทีเขาส่ง ไมเคิ่ล โอเว่น ลงไปแทน ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
เจ้าบ้านนำอีกครั้งจนได้ น.81 เมื่อได้ฟรีคิกทางซ้าย ไรอัน กิ๊กส์ โยนเข้าไปในเขตให้ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ โหม่ง 5 หลาตุงตาข่ายสะใจ แมนยูฯยูไนเต็ด นำ 3-2
แมนยูฯซิตี้ อยู่เฉยไม่ได้แล้ว มาร์ค ฮิวจ์ส ต้องส่ง มาร์ติน เปตรอฟ ลงไปแทน ไนเจล เดอ ยองค์ แต่เกมก็ไม่ได้ดีขึ้นนัก น.87 อันแดร์สัน ได้ยิงไกล แต่หลุดกรอบออกไป
วินาทีถัดมา แมนยูฯซิตี้ เกือบตีเสมอได้เมื่อ ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ หลุดไปยิงทางขวายัดไส้ แต่ เบน ฟอสเตอร์ ปัดออกไปได้ จังหวะถัดมาเป็นการเตะมุมบอลถูกโยนไปทางซ้ายแล้วผ่านเข้าไปโดย เวย์น บริดจ์ เหลือเชื่อที่ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ชาร์จไม่ถึง
นาทีสุดท้ายทีมเยือนตีเสมอได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ จ่ายบอลพลาดทางขวา ไปติด เปตรอฟ ก่อนที่นักเตะบัลแกเรียจะแตะให้ เคร็ก เบลลามี สปีดหลุดเดี่ยวไปทางซ้าย ก่อนจะลากเกือบถึงเส้นหลัง ฟอสเตอร์ ออกมาบล็อกก็ไร้ผล เบลลามี ล้มตัวยิงมุมแคบเข้าประตูไป สกอร์เปลี่ยนเป็น 3-3
แต่แล้วก็มีคลาสสิคซ้อนคลาสสิคเมื่อทดเจ็บถึง น.96 กองเชียร์เร้ด อาร์มี่ ได้เฮกันสนั่น เมื่อไรอัน กิ๊กส์ จ่ายให้ ไมเคิ่ล โอเว่น แต่งหนึ่งจัวหวะก่อนจิ้มด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ เชย์ กิฟเว่น ตุงตาข่าย แมนยูฯยูไนเต็ด นำอีกครั้ง 4-3
ไม่กี่อึดใจ ผู้ตัดสิน ก็เป่านกหวีดยาว จบเกมเจ้าถิ่นเก็บชัยเหนือคู่อริไปแบบสุดมัน เก็บอีก 3 แต้มเต็ม พร้อมกับยัดเยียดความปราชัยให้กับ แมนยูฯซิตี้ เป็นนัดแรกของซีซั่นนี้อีกด้วย รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม แมนยูฯยูไนเต็ด : เบ็น ฟอสเตอร์, จอห์น โอ'เชีย, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, พาทริซ เอวร่า, พาร์ค ชี ซอง (อันโตนิโอ วาเลนเซีย น.62), อันแดร์สัน(ไมเคิ่ล คาร์ริค), ดาร์เรน เฟลตเชอร์, ไรอัน กิ๊กส์, เวย์น รูนี่ย์, ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ (ไมเคิ่ล โอเว่น น.78) สำรองไม่ได้ใช้ : โทมัส คูซแซ็ค, แกรี่ เนวิลล์, หลุยส์ นานี่, โจนาธาน อีแวนส์ แมนยูฯซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โจลีออน เลสคอตต์, โคโล่ ตูเร่, เวย์น บริดจ์, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, แกเรธ แบร์รี่, ไนเจล เดอ ยอง (มาร์ติน เฟตรอฟ น.83), สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, เคร็ก เบลลามี, คาร์ลอส เตเวซ
สำรองไม่ได้ใช้ : สจ๊วร์ต เทยเลอร์, ปาโบล ซาบาเยต้า, ฮาเวียร์ การ์ริโด้, วลาดิเมียร์ ไวส์, ไมเคิ่ล บอลล์, ซิลวิโอ ซิลวินโญ่
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ สยามกีฬา





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น