
ส่วนที่จะให้แสดง ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สเปอร์ส 1 - แมนยูฯ ยูไนเต็ด 3
ส่วนที่เหลือ เกมคู่เอกประจำสัปดาห์ที่ไวท์ ฮาร์ทเลน สเปอร์สไม่อาจใช้งานลูก้า โมดริชที่เดี้ยงได้ แต่วางหมากส่งปีเตอร์ เคราช์ลงไปป่วนแนวรับแมนยูฯ ยูไนเต็ดเพิ่มอีกราย ขณะที่ผีแดงได้ริโอ เฟอร์ดินานด์ฟิตกลับมา และปล่อยดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟลงเจอกับทีมเก่า
เริ่มเขี่ยบอลกันแค่ 48 วินาที แฟนไก่ก็ได้เฮลั่นเมื่อพอล สโคลส์ทำเสียบอลในแดนกลางเลยโดนเจ้าบ้านฉวยโอกาสรุกใส่โดยเบอนัวร์ อัสซู เอก็อตโต้จัดแจงโยนบอลเข้าเขตโทษแล้วเนมานย่า วิดิชที่ต้องตามประกบเคราช์โขกสกัดแย่มาเข้าทางให้เจอร์เมน เดโฟตีลังกายิงจากหกหลาตุงตาข่ายง่ายดายเป็นสกอร์นำ 1-0 ของสเปอร์ส
แมนยูฯ ยูไนเต็ดออกอาการเลือดขึ้นหน้า และเปิดฉากลุยแหลกทันที แถมน่าจะได้ประตูคืนในนาทีที่ 4 ด้วยเมื่อไรอัน กิ๊กส์สาดบอลจากกราบซ้ายเข้าเสาสองให้ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์วอลเลย์ แต่ถูกคาร์โล คูดิชินี่เซฟได้
ผ่านมาถึงนาทีที่ 14 ทีมตราไก่ก็เกือบทำแสบได้อีกจากการเปิดบอลยาวขึ้นมาถึงหน้าเขตโทษแล้วเคราช์ อาศัยความโย่งกระโดดพักอกพร้อมทั้งตะบันทันที แต่เบน ฟอสเตอร์ไม่เผลอรับติดมือได้สำเร็จ
ถัดจากนั้น เกมก็ตกอยู่กับทีมเยือนอย่าง ชัดเจน และในนาทีที่ 23 วิลสัน ปาลาซิออสก็โดนจดชื่อข้อหาเข้าเสียบเบอร์บา ตอฟพร้อมทั้งเสียลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา เวย์น รูนีย์จึงวิ่งข้ามบอลปล่อยให้กิ๊กส์ปั่นเสียบเสาไกลสุดสวยเป็นประตูตีเสมอ 1-1 ของแชมป์เก่า
สถานการณ์ของทีมเยือน ดีขึ้นเป็นกอง และในนาทีที่ 28 เบอร์บาตอฟก็โชว์เบสิคดึงบอลโยนโด่งลงพื้น ได้อย่างนิ่มเท้าก่อนจะสับไกเต็ม ข้อแถวริมเขตโทษด้านขวา ทว่าคูดิชินี่ปัด พ้นคานได้
บู๊กันมาครบครึ่งชั่วโมง แมนยูฯ ยูไนเต็ดก็ชวดได้ประตูเพิ่มอย่างไม่น่าเชื่อจากการเติมเกมรุกขึ้นทางซ้ายของ ปาทริซ เอวร่าที่ ไหลบอลเข้าเขตโทษให้รูนีย์ แต่กองหน้าร่างตันเงื้อง่าราคาแพงจึงถูกคูดิชิ นี่ปรี่ออกมาปัดบอลได้แทบเท้า ทำให้เบอร์บาตอฟเข้าเก็บตกที่จุดโทษแต่มีเซบา สเตียน บาสซงสกัดได้บนเส้นประตู สโคลส์จึงตามไปเก็บบอลมาจ่ายให้หัวหอกบัลแกเรียเผด็จศึกอีกครั้ง แต่คราวนี้อดีตสตาร์สเปอร์สส่งบอลโด่งข้ามคานไป
อย่าง ไรก็ดี เจ้าบ้านยังมีพิษสงในจังหวะได้บุก และนาทีที่ 33 จากลูกเตะมุมด้าน ขวา เคราช์ก็ได้โหม่งที่เสาแรกแต่ส่งบอลหลุดกรอบไปแบบน่าเสียวไส้
กระนั้น ในนาทีที่ 41 ผีร้ายก็คลำเป้าเพิ่มจนได้จากลูกเตะมุมด้านขวาที่เคราช์โขกทิ้งออกมา สโคลส์จึงยิงสวนจากหน้าเขตโทษแล้วโดนเล็ดลีย์ คิงเคลียร์ออกมาอีกหน แต่ก็มาโดนอันแดร์สันซัลโวจาก 20 หลาเข้าเสียบเสาแรกเด็ดขาดพาทีมเยือนแซงนำ 2-1 พร้อมกับเบิกสกอร์แรกในแมตช์อย่างเป็นทางการให้กับทีมอสูรแดงได้เสียที
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก วิดิช ตามไปรวบเคราช์ลอยคว้างแถวกลางสนาม ทำให้ได้ใบเหลืองเป็นรางวัล ครบ 45 นาทีจึงเป็นผีแดงที่บุกมานำ 2-1
ครึ่ง หลังกุ๊กไก่เปลี่ยนเจอร์เมน จีนาสลงไปแทนปาลาซิออส และหวิดตีเสมอได้ตั้งแต่ นาทีที่ 48 จากการเสริมเกมบุกขึ้นมาทางด้านซ้ายของเอก็อตโต้ที่พลิ้วหนี เฟล็ทเชอร์ไป จ่ายบอลเข้าเขตโทษได้ จีนาสจึงป้ายเข้ากลางให้ร็อบบี้ คีนเข่น จาก 10 หลา แต่ติดบล็อควิดิชโด่งข้ามคานไป
ผ่านมาถึงนาทีที่ 51 สโคลส์ก็หนีไม่พ้นได้ใบเหลืองเมื่อเข้าสอยเดโฟน่าเกลียด แต่อีกอึดใจเดียวคิงก็รับใบเหลืองตามมาโทษฐานเสียบใส่สโคลส์
จากนั้นในนาทีที่ 54 กิ๊กส์ก็เกือบฆ่าทีมตัวเองเมื่อผ่านบอลขวางหน้าเขตโทษเลยโดนจีนาสฉกไปตะบัน ระยะ 25 หลาเดือดร้อนให้เบน ฟอสเตอร์ต้องออกแรงโชว์ความเหนียวปัดพ้นสามเหลี่ยมได้อย่างไม่น่าเชื่อ
และจากลูกเตะมุม สเปอร์สก็น่าจะได้ไชโยอีกครั้งจากการเทคตัวโขกของเคราช์ที่กระโดดได้สูงกว่า วิดิชเห็นๆ ทว่าบอลไม่เป็นใจลอยไปกระแทกคาน
อย่างไรก็ดี นาทีที่ 60 สถานการณ์ของปีศาจแดงก็เข้าขั้นเลวร้ายเมื่อสโคลส์วิ่งทะเล่อทะล่าไปปะทะใส่ ทอม ฮัดเดิลสตันทั้งๆที่พยายามเบรกแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่สนใจแจกให้อีกเหลืองจึงกลายเป็นใบแดงทำให้ทีมเยือนเหลือกัน แค่สิบคน
เข้าอีหรอบนี้แชมป์เก่าจึงต้องถอดเบอร์บาตอฟออกส่งไมเคิ่ล คาร์ริคเด็ก เก่าเจ้าบ้านอีกรายไปเสริมแดนกลางในนาทีที่ 63 และน่าจะได้ประตูเพิ่มจาก จังหวะโต้ในนาทีที่ 67 เมื่อรูนีย์สปีดพาบอลลุยขึ้นกราบซ้ายแล้วลากเข้าเขต โทษไปกดเปรี้ยงยัดใส่เสา แรก แต่ถูกคูดิชินี่ปัดได้
ขยับมาอีกสองนาที ทีมเมืองกรุงก็ปล่อยอลัน ฮัตตันลงไปแทนเวดราน ชอร์ลูก้า ก่อนจะเปลี่ยนคีนออกในนาทีที่ 72 พร้อมทั้งส่งนิโก้ ครานชาร์ลงไปแทน
นาทีต่อมา จีนาสไปดึงกิ๊กส์ล้มจึงได้ใบเหลืองตามระเบียบ แถมผ่านมาถึงนาทีที่ 77 ก็มาโดนทีเด็ดเกมโต้กลับของทีมเยือน ทำพิษซะอีกจากความแข็งแกร่งของรูนีย์ที่ พาบอลลุยขึ้นมาคนเดียวแล้วทะลุเข้า เขตโทษโดยที่ฮัตตันกับเอก็อตโต้พยายาม ช่วยกันแล้วแต่เอาไม่อยู่ ทำให้กอง หน้าทีมชาติอังกฤษได้แปบอลลอดขาคูดิชินี่พาผีแดงสปีดหนี 3-1
จากนั้นทีมเยือนก็เปลี่ยนนานี่ลงไปแทนอันแดร์สันในนาทีที่ 82 แต่เจ้าบ้านมีเสียวเล็กๆจากลูกยิงหน้าเขตโทษของฮัดเดิลสตัน ทว่าเบาเกินไปจึงถูก ฟอสเตอร์เซฟเข้าซอง
แม้ตัวผู้เล่นจะน้อยกว่าแต่แมนยูฯ ยูไนเต็ดกลับ เป็นฝ่ายกดดันสเปอร์สได้อย่างเมามัน และนาทีที่ 85 เฟล็ทเชอร์ก็ลองกระทุ้ง จาก 30 หลาถูกคูดิชินี่ทุบออกมา รูนีย์จึงตามไปเอาบอลแล้วซัดจากริมเขตโทษ ด้านซ้ายเข้าหาเสาแรกบีบให้คูดิชิ นี่ต้องกระโจนไปปัดอีกครั้ง
ช่วงที่เหลือ สเปอร์สยังบุกไม่ขึ้น หมดเวลาจึงพ่ายคาเล้าอย่างน่าอับอาย 1-3 เสียสถิติแพ้เป็นเกมแรกของซีซั่นจนได้
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สเปอร์ส : คา ร์โล คูดิชินี่ - เวดราน ชอร์ลูก้า , เล็ดลี่ย์ คิง , เซบาสเตียน บา สซง , เบร์นัว อัสซู เอก็อตโต้ - อารอน เลนน่อน , วิลสัน ปาลาซิออ ส , ทอม ฮัดเดิ้ลสโตน - ร็อบบี้ คีน , เจอร์เมน เดโฟ , ปีเตอร์ เคร้าช์
แมนยูฯยูไนเต็ด : เบน ฟอสเตอร์ - จอห์น โอเช , เนมานย่า วิดิช , ริโอ เฟอร์ดินาดน์ , ปาตริช เอวร่า - พอล สโคลส์ , ดาร์เรน เฟลทเชอร์ , อันแดร์สัน , ไรอัน กิ๊กส์ - เวย์น รูนี่ย์ , ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ สยามกีฬา





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น