วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

[Preview] Stoke City - Manchester United

ส่วนที่จะให้แสดง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมกลับมาใช้ชุดใหญ่อีกครั้ง ในการบุกไปซดกับ สโต๊ค ซิตี้
โดยเกมนี้ เวย์น รูนี่ย์ จะได้ยืนกองหน้าคู่กับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ตามเดิม ในเกมพรีเมียร์ลีกคืนนี้

ส่วนที่เหลือ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2552
เวลา 21.00 น
ถ่ายทอดสด ทรู วิชั่นส์ 61
สโต๊ค ซิตี้ (10) - แมนฯ ยูไนเต็ด (2)
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
สโต๊ค (4-4-2) :
ผู้รักษาประตู : โธมัส โซเรนเซ่น กองหลัง : แอนดี้ กริฟฟิ้น, ไรอัน ชอว์ครอสส์, โรเบิร์ต ฮูธ, แดนนี่ คอลลินส์ กองกลาง : รอรี่ ดีแล็ป, ดีน ไวท์เฮด, เกล็น วีแลน, แม็ทธิว เอเธอริงตัน กองหน้า : เดฟ คิตสัน, ตุนกาย ซานลี่
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2) :
ผู้รักษาประตู : เบน ฟอสเตอร์ กองหลัง : จอห์น โอเช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า กองกลาง : พาร์ค ชี-ซอง, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, อันแดร์สัน, ไรอัน กิ๊กส์ กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ
ผู้ตัดสิน : ฮาวเวิร์ด เว็บบ์

พบกันในฤดูกาลที่แล้ว(พรีเมียร์ลีก)
แมนฯ ยูไนเต็ด 5-0 สโต๊ค
สโต๊ค 0-1 แมนฯ ยูไนเต็ด

หวังว่า จะคว้าสามแต้มติดมือกลับบ้านมา...
เครดิต : Siamsport

Read More

โด้หยอดคำหวาน รักแมนยู ยันนานีดังแน่


ส่วนที่จะให้แสดง คริสเตียโน โรนัลโด ปากหวานมาถึงทีมเก่า ยัน รักผีเสมอ เชียร์อยู่ทุกนัด พร้อมดัน นานี คือตัวแทนของตน รับรองอีกไม่กี่ปี ฝีเท้ากระฉูดแน่

ส่วนที่เหลือ สำนักข่าว ต่างประเทศรายงานวันนี้(26ก.ย.) คริสเตียโน โรนัลโด ปีกแดนฝอยทอง เจ้าของค่าตัว 80ล้านยูโร(4,000ล้านบาท) ออกมาหยอดคำหวานว่ายังรัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีวันเสื่อมคลาย ยืนยันดูผีลงสนามทางทีวีทุกนัด เท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากสร้างสถิติการย้ายทีมด้วยค่าตัวที่เป็น ประวัติศาสตร์ เด็กหนุ่มผู้ซึ่งเติมเต็มความฝันของตนเองด้วยการย้ายไปค้าแข้งยังสโมสรยักษ์ ใหญ่แห่งสเปนอย่าง รีล มาดริด ยังไม่ลืมที่จะอาลัยอาวรณ์ต่อสโมสรเก่า ที่ปั้นตัวเองให้ดังมาได้จนขนาดนี้ โรนัลโด กล่าว "ผมดู แมนฯยูไนเต็ด ทุกนัดเท่าที่เป็นไปได้ ผมยังต้องการที่จะรู้ถึงความเป็นไปภายในสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้เวลานี้ผมจะใส่ชุด รีล มาดริด แต่ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับชัยชนะ"
โร นัลโด ผู้ซึ่งเพิ่งสร้างสถิติเป็นนักเตะรายแรกในประวัติศาสตร์ รีล มาดริด ด้วยการซัดประตู 4 นัดติดต่อกันในลาลีกาลีก สเปน เชื่อว่า สักวันหนึ่ง จะมีคนที่ขึ้นมาแทนที่เขาได้ในทีม ปีศาจแดง อย่างแน่นอน "ผมได้เห็น นานี ได้ลงสนามมากยิ่งขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา เขาจะได้ประสบการณ์มากมายจากการได้ลงสนามมากขึ้น เป็นโอกาสดีที่ นานี จะพิสูจน์ฝีเท้าให้ เร้ด อาร์มี เห็นถึงศักยภาพของเขาว่ามีมากขนาดไหน เราสองคนยังติดต่อทางโทรศัพท์กันเป็นประจำ ผมดีใจที่ได้รู้ว่า นานี ยังมีความสุขดีอยู่กับ ปีศาจแดง ซึ่งให้โอกาสเขาลงสนามมากขึ้น นานี เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม เขาจะโชว์ฟอร์มได้สุดยอดกว่านี้อย่างแน่นอน ผมมั่นใจว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่าง แน่นอน" โรนัลโด กล่าวปิดท้าย

ที่มา: ไทยรัฐ

Read More

โอเว่นโป้งทดเจ็บ! ผีจมเรือระทึก4-3

ส่วนที่จะให้แสดง " ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเหนือกว่าอริร่วมเมือง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะไปอย่างสุดมัน ไม่เคิ่ล โอเว่น สวมบทซุปเปอร์ซับ ซัดประตูชัยช่วงทดเวลาเจ็บ พา แมนยูฯยู เก็บสามคะแนนเต็มได้อย่างเหลือเชื่อ และยังเป็นการยัดเยียดความพ่ายแพ้นัดแรกให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย

ส่วนที่เหลือ ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก
แมนยูฯยูไนเต็ด 4 - แมนยูฯซิตี้ 3
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด รับมือ "เรือใบสีฟ้า" แมนยูฯซิตี้ เป็นดาร์บี้ แมตช์ ที่ถูกจับตาเป็นอย่างยิ่ง โดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ฟิตทันมายืนเกมรับ และเขาเลือก ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ยืนหน้าคู่กับ เวย์น รูนี่ย์ โดย พอล สโคลส์ ติดโทษแบน
ทางฝั่งทีมเยือนมีข่าวดีตรงที่ คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาฟิตลงสนามได้ เขาได้เจอกับทีมเก่าตัวเอง โดยมายืนคู่กับ เคร็ก เบลลามี ส่วน เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ติดโทษแบน และผู้เล่นอย่าง โรบินโญ่, โรเก้ ซานตา ครูซ ก็บาดเจ็บอยู่
เพียงแค่ 2 นาทีแรกเจ้าถิ่นก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาได้ทุ่มทางซ้าย ปาทริซ เอวร่า หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนจะดีดกลับมาให้ เวย์น รูนี่ย์ หลอกล่อท่ามกลางกองหลังของ แมนยูฯซิตี้ 4-5 คน ก่อนที่ รูนี่ย์ จะซัดที่เสาแรกผ่าน เชย์ กิฟเว่น ตุงตาข่าย เป็นลูกที่ 6 ในลีกของเขา แมนยูฯยูไนเต็ด นำ 1-0
แมนยูฯยูฯ คึกคักทีเดียว แต่เกมรับของ แมนยูฯซิตี้ เริ่มตั้งลำได้และยันเกมรุกของเจ้าถิ่นได้โอเคทีเดียว น.14 ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ได้บอลจาก อันแดร์สัน ก่อนจะยิงจากระยะ 25 หลา บอลโด่งข้ามคานออกไป
และแล้ว 2 นาทีหลังจากนั้นทีมเยือนก็ตีเสมอได้ เมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปล่อยให้ เบ็น ฟอสเตอร์ ออกมาเอาบอลโดยประมาทความเร็วของ คาร์ลอส เตเวซ ไปนิด ทำให้กองหน้าอาร์เจนไตน์ไปแย่งบอลจาก ฟอสเตอร์ ได้ ก่อนจะส่งถวายพานให้ แกเรธ แบร์รี่ วิ่งมายิงเน้นๆจากระยะ 18 หลา บอลเข้าโกล์ไปสบายๆ โดย เนมานย่า วิดิช บล็อกไม่ทัน สกอร์เปลี่ยนเป็น 1-1
เกมเปิดแลกกันเลย น.23 ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ลากบอลจากทางขวาได้สวย ก่อนจะเปิดเข้าเขตโทษให้ คาร์ลอส เตเวซ ขึ้นโหม่งข้ามคานออกไป
แมนยูฯซิตี้ ครองบอลสู้กับ แมนยูฯยูไนเต็ด ได้ดีทีเดียว แต่ น.32 แมนยูฯยูฯ ได้ลุ้นทำประตู เมื่อ รูนี่ย์ แย่งบอลได้จากผู้เล่นทีมเยือน ก่อนจะยิงจากระยะ 20 หลา แต่วางเท้าไม่ดีบอลจึงโด่งข้ามคานออกไป
น.38 แมนยูฯยูไนเต็ด ได้ฟรีคิกทางซ้าย ไรอัน กิ๊กส์ โยนเข้าไปให้ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ โหม่งที่เสาแรก แต่หลุดกรอบออกไป
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แมนยูฯซิตี้ น่าแซงนำเหลือเกิน เมื่อต่อบอลได้สวยก่อนที่ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ จะปล่อยบอลให้ คาร์ลอส เตเวซ ยิงโล่งๆในกรอบโทษด้านขวา บอลพุ่งโดนเสาอย่างน่าเสียดาย ครบ 45 นาทีสกอร์อยู่ที่ 1-1
ครึ่งหลังทั้ง 2 ทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเริ่มไปได้แค่ 3 นาทีเจ้าถิ่นก็นำอีกครั้ง เมื่อ ไรอัน กิ๊กส์ โยนบอลทางซ้ายให้ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ เบียด แกเรธ แบร์รี่ ขึ้นโหม่งบอลเบียดเสาแรกตุงตาข่าย แมนยูฯยูฯ นำ 2-1
แมนยูฯยูฯ มาเป็นชุดเลย หลังจากนั้น 2 นาที พวกเขาได้ลุ้นจากการยิงของ พาร์ค ชี ซอง ระยะ 25 หลา แต่บอลหลุดกรอบออกไป ครู่ต่อมา กิ๊กส์ ก็หลุดไปยิงทางซ้าย แต่ติดเซฟขชอง กิฟเว่น
แต่แล้ว น.52 แมนยูฯซิตี้ ก็ตีเสมอได้อีกครั้ง คราวนี้เป็น เคร็ก เบลลามี ที่ได้บอลทางซ้าย ก่อนจะตัดเข้ากลาง และยิงอย่างเหนือความคาดหมายเต็มๆด้วยอีขวา บอลพุ่งผ่านมือ ฟอสเตอร์ เสียบเสาสองงามหยด สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-2
ปีศาจแดง เดินเกมรุกดดันหมายจะเอาประตูที่ 3 น.62 พวกเขาส่ง อันโตนิโอ วาเลนเซีย ไปแทน พาร์ค ชี ซอง ซึ่งหลังจากนั้น 3 นาที แมนนยูฯ น่าได้เม็ดที่ 3 อย่างที่สุดจากลูกเตะมุม แล้วเป็น เบอร์บาตอฟ ที่โหม่งเผาขน แต่ เชย์ กิฟเว่น ซูเปอร์เซฟ ปัดเอาไว้ได้
น.68 โกล์ซิตี้ได้โชว์ซูเปอร์เซฟอีกครั้ง เมื่อน้ากิ๊กส์ลากโชว์ทางซ้าย ก่อนจะเปิดให้ เบอร์บาตอฟ โหม่งเต็มๆจะเข้าอยู่แล้ว แต่ เชย์ กิฟเว่น ปัดเอาไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องแก้เกม เหลืออีกไม่ถึง 15 นาทีเขาส่ง ไมเคิ่ล โอเว่น ลงไปแทน ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
เจ้าบ้านนำอีกครั้งจนได้ น.81 เมื่อได้ฟรีคิกทางซ้าย ไรอัน กิ๊กส์ โยนเข้าไปในเขตให้ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ โหม่ง 5 หลาตุงตาข่ายสะใจ แมนยูฯยูไนเต็ด นำ 3-2
แมนยูฯซิตี้ อยู่เฉยไม่ได้แล้ว มาร์ค ฮิวจ์ส ต้องส่ง มาร์ติน เปตรอฟ ลงไปแทน ไนเจล เดอ ยองค์ แต่เกมก็ไม่ได้ดีขึ้นนัก น.87 อันแดร์สัน ได้ยิงไกล แต่หลุดกรอบออกไป
วินาทีถัดมา แมนยูฯซิตี้ เกือบตีเสมอได้เมื่อ ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ หลุดไปยิงทางขวายัดไส้ แต่ เบน ฟอสเตอร์ ปัดออกไปได้ จังหวะถัดมาเป็นการเตะมุมบอลถูกโยนไปทางซ้ายแล้วผ่านเข้าไปโดย เวย์น บริดจ์ เหลือเชื่อที่ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ชาร์จไม่ถึง
นาทีสุดท้ายทีมเยือนตีเสมอได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ จ่ายบอลพลาดทางขวา ไปติด เปตรอฟ ก่อนที่นักเตะบัลแกเรียจะแตะให้ เคร็ก เบลลามี สปีดหลุดเดี่ยวไปทางซ้าย ก่อนจะลากเกือบถึงเส้นหลัง ฟอสเตอร์ ออกมาบล็อกก็ไร้ผล เบลลามี ล้มตัวยิงมุมแคบเข้าประตูไป สกอร์เปลี่ยนเป็น 3-3
แต่แล้วก็มีคลาสสิคซ้อนคลาสสิคเมื่อทดเจ็บถึง น.96 กองเชียร์เร้ด อาร์มี่ ได้เฮกันสนั่น เมื่อไรอัน กิ๊กส์ จ่ายให้ ไมเคิ่ล โอเว่น แต่งหนึ่งจัวหวะก่อนจิ้มด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ เชย์ กิฟเว่น ตุงตาข่าย แมนยูฯยูไนเต็ด นำอีกครั้ง 4-3
ไม่กี่อึดใจ ผู้ตัดสิน ก็เป่านกหวีดยาว จบเกมเจ้าถิ่นเก็บชัยเหนือคู่อริไปแบบสุดมัน เก็บอีก 3 แต้มเต็ม พร้อมกับยัดเยียดความปราชัยให้กับ แมนยูฯซิตี้ เป็นนัดแรกของซีซั่นนี้อีกด้วย รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม แมนยูฯยูไนเต็ด : เบ็น ฟอสเตอร์, จอห์น โอ'เชีย, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, พาทริซ เอวร่า, พาร์ค ชี ซอง (อันโตนิโอ วาเลนเซีย น.62), อันแดร์สัน(ไมเคิ่ล คาร์ริค), ดาร์เรน เฟลตเชอร์, ไรอัน กิ๊กส์, เวย์น รูนี่ย์, ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ (ไมเคิ่ล โอเว่น น.78) สำรองไม่ได้ใช้ : โทมัส คูซแซ็ค, แกรี่ เนวิลล์, หลุยส์ นานี่, โจนาธาน อีแวนส์ แมนยูฯซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โจลีออน เลสคอตต์, โคโล่ ตูเร่, เวย์น บริดจ์, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, แกเรธ แบร์รี่, ไนเจล เดอ ยอง (มาร์ติน เฟตรอฟ น.83), สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, เคร็ก เบลลามี, คาร์ลอส เตเวซ
สำรองไม่ได้ใช้ : สจ๊วร์ต เทยเลอร์, ปาโบล ซาบาเยต้า, ฮาเวียร์ การ์ริโด้, วลาดิเมียร์ ไวส์, ไมเคิ่ล บอลล์, ซิลวิโอ ซิลวินโญ่

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ สยามกีฬา

Read More

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

ไล่สโคลส์!ผี10ตัวแซงสะเด่า3-1


ส่วนที่จะให้แสดง ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สเปอร์ส 1 - แมนยูฯ ยูไนเต็ด 3

ส่วนที่เหลือ เกมคู่เอกประจำสัปดาห์ที่ไวท์ ฮาร์ทเลน สเปอร์สไม่อาจใช้งานลูก้า โมดริชที่เดี้ยงได้ แต่วางหมากส่งปีเตอร์ เคราช์ลงไปป่วนแนวรับแมนยูฯ ยูไนเต็ดเพิ่มอีกราย ขณะที่ผีแดงได้ริโอ เฟอร์ดินานด์ฟิตกลับมา และปล่อยดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟลงเจอกับทีมเก่า

เริ่มเขี่ยบอลกันแค่ 48 วินาที แฟนไก่ก็ได้เฮลั่นเมื่อพอล สโคลส์ทำเสียบอลในแดนกลางเลยโดนเจ้าบ้านฉวยโอกาสรุกใส่โดยเบอนัวร์ อัสซู เอก็อตโต้จัดแจงโยนบอลเข้าเขตโทษแล้วเนมานย่า วิดิชที่ต้องตามประกบเคราช์โขกสกัดแย่มาเข้าทางให้เจอร์เมน เดโฟตีลังกายิงจากหกหลาตุงตาข่ายง่ายดายเป็นสกอร์นำ 1-0 ของสเปอร์ส

แมนยูฯ ยูไนเต็ดออกอาการเลือดขึ้นหน้า และเปิดฉากลุยแหลกทันที แถมน่าจะได้ประตูคืนในนาทีที่ 4 ด้วยเมื่อไรอัน กิ๊กส์สาดบอลจากกราบซ้ายเข้าเสาสองให้ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์วอลเลย์ แต่ถูกคาร์โล คูดิชินี่เซฟได้

ผ่านมาถึงนาทีที่ 14 ทีมตราไก่ก็เกือบทำแสบได้อีกจากการเปิดบอลยาวขึ้นมาถึงหน้าเขตโทษแล้วเคราช์ อาศัยความโย่งกระโดดพักอกพร้อมทั้งตะบันทันที แต่เบน ฟอสเตอร์ไม่เผลอรับติดมือได้สำเร็จ

ถัดจากนั้น เกมก็ตกอยู่กับทีมเยือนอย่าง ชัดเจน และในนาทีที่ 23 วิลสัน ปาลาซิออสก็โดนจดชื่อข้อหาเข้าเสียบเบอร์บา ตอฟพร้อมทั้งเสียลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา เวย์น รูนีย์จึงวิ่งข้ามบอลปล่อยให้กิ๊กส์ปั่นเสียบเสาไกลสุดสวยเป็นประตูตีเสมอ 1-1 ของแชมป์เก่า

สถานการณ์ของทีมเยือน ดีขึ้นเป็นกอง และในนาทีที่ 28 เบอร์บาตอฟก็โชว์เบสิคดึงบอลโยนโด่งลงพื้น ได้อย่างนิ่มเท้าก่อนจะสับไกเต็ม ข้อแถวริมเขตโทษด้านขวา ทว่าคูดิชินี่ปัด พ้นคานได้

บู๊กันมาครบครึ่งชั่วโมง แมนยูฯ ยูไนเต็ดก็ชวดได้ประตูเพิ่มอย่างไม่น่าเชื่อจากการเติมเกมรุกขึ้นทางซ้ายของ ปาทริซ เอวร่าที่ ไหลบอลเข้าเขตโทษให้รูนีย์ แต่กองหน้าร่างตันเงื้อง่าราคาแพงจึงถูกคูดิชิ นี่ปรี่ออกมาปัดบอลได้แทบเท้า ทำให้เบอร์บาตอฟเข้าเก็บตกที่จุดโทษแต่มีเซบา สเตียน บาสซงสกัดได้บนเส้นประตู สโคลส์จึงตามไปเก็บบอลมาจ่ายให้หัวหอกบัลแกเรียเผด็จศึกอีกครั้ง แต่คราวนี้อดีตสตาร์สเปอร์สส่งบอลโด่งข้ามคานไป

อย่าง ไรก็ดี เจ้าบ้านยังมีพิษสงในจังหวะได้บุก และนาทีที่ 33 จากลูกเตะมุมด้าน ขวา เคราช์ก็ได้โหม่งที่เสาแรกแต่ส่งบอลหลุดกรอบไปแบบน่าเสียวไส้

กระนั้น ในนาทีที่ 41 ผีร้ายก็คลำเป้าเพิ่มจนได้จากลูกเตะมุมด้านขวาที่เคราช์โขกทิ้งออกมา สโคลส์จึงยิงสวนจากหน้าเขตโทษแล้วโดนเล็ดลีย์ คิงเคลียร์ออกมาอีกหน แต่ก็มาโดนอันแดร์สันซัลโวจาก 20 หลาเข้าเสียบเสาแรกเด็ดขาดพาทีมเยือนแซงนำ 2-1 พร้อมกับเบิกสกอร์แรกในแมตช์อย่างเป็นทางการให้กับทีมอสูรแดงได้เสียที

นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก วิดิช ตามไปรวบเคราช์ลอยคว้างแถวกลางสนาม ทำให้ได้ใบเหลืองเป็นรางวัล ครบ 45 นาทีจึงเป็นผีแดงที่บุกมานำ 2-1

ครึ่ง หลังกุ๊กไก่เปลี่ยนเจอร์เมน จีนาสลงไปแทนปาลาซิออส และหวิดตีเสมอได้ตั้งแต่ นาทีที่ 48 จากการเสริมเกมบุกขึ้นมาทางด้านซ้ายของเอก็อตโต้ที่พลิ้วหนี เฟล็ทเชอร์ไป จ่ายบอลเข้าเขตโทษได้ จีนาสจึงป้ายเข้ากลางให้ร็อบบี้ คีนเข่น จาก 10 หลา แต่ติดบล็อควิดิชโด่งข้ามคานไป

ผ่านมาถึงนาทีที่ 51 สโคลส์ก็หนีไม่พ้นได้ใบเหลืองเมื่อเข้าสอยเดโฟน่าเกลียด แต่อีกอึดใจเดียวคิงก็รับใบเหลืองตามมาโทษฐานเสียบใส่สโคลส์

จากนั้นในนาทีที่ 54 กิ๊กส์ก็เกือบฆ่าทีมตัวเองเมื่อผ่านบอลขวางหน้าเขตโทษเลยโดนจีนาสฉกไปตะบัน ระยะ 25 หลาเดือดร้อนให้เบน ฟอสเตอร์ต้องออกแรงโชว์ความเหนียวปัดพ้นสามเหลี่ยมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

และจากลูกเตะมุม สเปอร์สก็น่าจะได้ไชโยอีกครั้งจากการเทคตัวโขกของเคราช์ที่กระโดดได้สูงกว่า วิดิชเห็นๆ ทว่าบอลไม่เป็นใจลอยไปกระแทกคาน

อย่างไรก็ดี นาทีที่ 60 สถานการณ์ของปีศาจแดงก็เข้าขั้นเลวร้ายเมื่อสโคลส์วิ่งทะเล่อทะล่าไปปะทะใส่ ทอม ฮัดเดิลสตันทั้งๆที่พยายามเบรกแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่สนใจแจกให้อีกเหลืองจึงกลายเป็นใบแดงทำให้ทีมเยือนเหลือกัน แค่สิบคน

เข้าอีหรอบนี้แชมป์เก่าจึงต้องถอดเบอร์บาตอฟออกส่งไมเคิ่ล คาร์ริคเด็ก เก่าเจ้าบ้านอีกรายไปเสริมแดนกลางในนาทีที่ 63 และน่าจะได้ประตูเพิ่มจาก จังหวะโต้ในนาทีที่ 67 เมื่อรูนีย์สปีดพาบอลลุยขึ้นกราบซ้ายแล้วลากเข้าเขต โทษไปกดเปรี้ยงยัดใส่เสา แรก แต่ถูกคูดิชินี่ปัดได้

ขยับมาอีกสองนาที ทีมเมืองกรุงก็ปล่อยอลัน ฮัตตันลงไปแทนเวดราน ชอร์ลูก้า ก่อนจะเปลี่ยนคีนออกในนาทีที่ 72 พร้อมทั้งส่งนิโก้ ครานชาร์ลงไปแทน

นาทีต่อมา จีนาสไปดึงกิ๊กส์ล้มจึงได้ใบเหลืองตามระเบียบ แถมผ่านมาถึงนาทีที่ 77 ก็มาโดนทีเด็ดเกมโต้กลับของทีมเยือน ทำพิษซะอีกจากความแข็งแกร่งของรูนีย์ที่ พาบอลลุยขึ้นมาคนเดียวแล้วทะลุเข้า เขตโทษโดยที่ฮัตตันกับเอก็อตโต้พยายาม ช่วยกันแล้วแต่เอาไม่อยู่ ทำให้กอง หน้าทีมชาติอังกฤษได้แปบอลลอดขาคูดิชินี่พาผีแดงสปีดหนี 3-1

จากนั้นทีมเยือนก็เปลี่ยนนานี่ลงไปแทนอันแดร์สันในนาทีที่ 82 แต่เจ้าบ้านมีเสียวเล็กๆจากลูกยิงหน้าเขตโทษของฮัดเดิลสตัน ทว่าเบาเกินไปจึงถูก ฟอสเตอร์เซฟเข้าซอง

แม้ตัวผู้เล่นจะน้อยกว่าแต่แมนยูฯ ยูไนเต็ดกลับ เป็นฝ่ายกดดันสเปอร์สได้อย่างเมามัน และนาทีที่ 85 เฟล็ทเชอร์ก็ลองกระทุ้ง จาก 30 หลาถูกคูดิชินี่ทุบออกมา รูนีย์จึงตามไปเอาบอลแล้วซัดจากริมเขตโทษ ด้านซ้ายเข้าหาเสาแรกบีบให้คูดิชิ นี่ต้องกระโจนไปปัดอีกครั้ง

ช่วงที่เหลือ สเปอร์สยังบุกไม่ขึ้น หมดเวลาจึงพ่ายคาเล้าอย่างน่าอับอาย 1-3 เสียสถิติแพ้เป็นเกมแรกของซีซั่นจนได้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สเปอร์ส : คา ร์โล คูดิชินี่ - เวดราน ชอร์ลูก้า , เล็ดลี่ย์ คิง , เซบาสเตียน บา สซง , เบร์นัว อัสซู เอก็อตโต้ - อารอน เลนน่อน , วิลสัน ปาลาซิออ ส , ทอม ฮัดเดิ้ลสโตน - ร็อบบี้ คีน , เจอร์เมน เดโฟ , ปีเตอร์ เคร้าช์
แมนยูฯยูไนเต็ด : เบน ฟอสเตอร์ - จอห์น โอเช , เนมานย่า วิดิช , ริโอ เฟอร์ดินาดน์ , ปาตริช เอวร่า - พอล สโคลส์ , ดาร์เรน เฟลทเชอร์ , อันแดร์สัน , ไรอัน กิ๊กส์ - เวย์น รูนี่ย์ , ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ สยามกีฬา

Read More

สโคลส์ฮีโร่!ผีบุกเชือดเบซิคตัส1-0


ส่วนที่จะให้แสดง พอล สโคลส์ รับบทฮีโร่ โหม่งประตูโทน ประตูชัย พา "ปีศาจแดง" แมนยูฯยูไนเต็ด ยกพลบุกเชือด เบซิคตัส ถึงแดนไก่งวง 1-0 เก็บสามคะแนนแรกได้สำเร็จในศึก ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม บี เมื่อคืนวันอังคารที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา

ส่วนที่เหลือ ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม บี
เบซิคตัส (ตุรกี) 0 - แมนยูฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 1

สนาม : อิโนนู สเตเดี้ยม

"ปีศาจแดง" แมนยูฯ ยูฯ รองแชมป์เก่าฤดูกาลที่แล้ว มาเยือนเบซิคตัส โดยที่เกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดทีมโดยให้ เวย์น รูนี่ย์ ทำหน้าที่หัวหอกตัวเป้า

แมนยูฯ ยูฯ ออกาสตาร์ทได้น่ากลัว ไมเคิ่ล คาร์ริค สบโอกาสยิงประตู แต่ไปติดเซฟ ฮาคาน อารีคาน

ผ่านมาถึงน.23 ทีมเยือน ชวดได้ประตูเมื่อ อันโตนิโอ วาเลนเซีย หลุดเข้สไปในเขตโทษด้านซ้ายก่อนเปิด เข้ากลาง บอลเลยผ่านมือ อารีคาน ไปคาน แต่เดชะบุญที่ไปโดนหัวกองหลังฝ่าย เดียวกันกระดอนกลับมาเข้ามือนายทวารเจ้า ถิ่นอีกครั้ง ถัดมาอีก 2 นาที รูนี่ย์ ผ่าน บอลให้ วาเลนเซีย ขึ้นโขกไม่เต็มหัว แต่จังหวะต่อมาเบซิคตัสน่าจะได้ประตู บ้าง เมื่อ เซอร์ดาร์ ออซคาน กดเต็มข้อระยะ 20 หลาบอลไปแฉลบตัว จอห์นนี่ อีแวนส์ ข้ามคานนิดเดียว

โอกาสเป็นของทีมเยือนอีกครั้ง แกรี่ เนวิลล์ ที่ทำหน้าที่กัปตันทีมในเกมนี้หลุดไปทางกรายขวาก่อนตักเข้ากลาง พอล สโคลส์ ง้างเตรียมซัดเต็มข้อ แต่จั่วลมไปอย่างน่าเสียดาย อีกสองนาทีต่อมา นานี่ปั่นไซด์โค้งข้ามคานหวุดหวิด ทำให้เมื่อจบครึ่งแรกสกอร์เสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลังเริ่มมานาทีเดียว แมนยูฯ ยูไนเต็ด เกือบจะได้ประตูนำจากจังหวะที่ นานี่ โยนบอลเข้าไปหน้าประตู มัตเตโอ แฟร์รารี่ สกัดบอลพลาดมาที่เสาสอง หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย กระดกบอลกลับไปให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ยิงแต่เบาเกินไป ฮาคาน อริคาน รับสบาย

เบซิคตัส ได้ลุ้นบ้างในนาที 55 จากจังหวะที่ โรดริโก้ ทาบาต้า เบียดกับ อันแดร์สันก่อนจะได้ยิงด้วยขวาจากหน้าเขตโทษบอลพุ่งเข้ากรอบแต่ ฟอสเตอร์ ยังพุ่งเซฟไว้ได้

นาที 63 ไมเคิ่ล คาร์ริค แทงทะลุช่องให้ เวย์น รูนี่ย์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลข้ามคานออกไป

ทีมเยือนแก้เกมโดยส่ง ไมเคิ่ล โอเว่น กับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ลงมาเล่นแทน เวย์น รูนี่ย์ กับ ไมเคิ่ล คาร์ริค ในนาทีที่ 64

แมนยูฯ ยูไนเต็ด ได้ ลุ้นอีกครั้งในนาที 70 จากจังหวะที่ หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย หลุดขึ้นมา ถึงหน้าเขตโทษโยกหลอกกองหลังเจ้าถิ่นก่อนจะกดเต็มข้อบอลพุ่งผ่าน หน้าประตู ออกไป

เกมมาถึงนาที 76 เป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูชัยเมื่อ ปาทริซ เอวร่า ไหลบอลให้ นานี่ หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะยิงทันที ฮาคาน อริคาน ปัดมาเข้าทาง พอล สโคลส์ โหม่งซ้ำไม่เหลือ แมนยูฯยูนำ 1-0

ช่วงท้ายเกมทีมเยือนบุกหนักแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้จบเกม แมนยูฯ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ เบซิคตัส 1-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เบซิคตัส (4-5-1) : ฮา คาน อริคาน, อิบราฮิม คาส, โทมัส ซิวอค, มัตเตโอ แฟร์รารี่, อิบราฮิม อู ซุลเมซ, เอเครม แด็ก, ฟาเบียน แอร์นส์ท, ฟิลิป โฮลอสโก้, โรดริโก้ ทาบา ต้า, เซอร์ดาร์ ออซคาน, เมิร์ต โนเบร
สำรอง : รุสตู เรคเบอร์ (ผู้ รักษาประตู), อิสมาอิล คอยบาซี่, ไมเคิ่ล ฟินค์, มิชาเอล ฟิงค์, นิฮัต คา ห์เวซี่ , โรดริโก้ เทลโล่, อูเกอร์ อินเซมาน, ยูซุฟ ซิมเซ็ค
แมนยูฯ ยูไนเต็ด (4-5-1) : เบน ฟอสเตอร์, แกรี่ เนวิลล์, จอนนี่ อีแวนส์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, ไมเคิ่ล คาร์ริค, พอล สโคลส์, อันแดร์สัน, นานี่, หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เวย์น รูนี่ย์
สำรอง : โทมัส คุสแช็ค (ผู้รักษาประตู), เวส บราวน์, ไมเคิ่ล โอเว่น, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ , พาร์ค ชี ซอง, ฟาบิโอ, ดาร์รอน กิ๊บสัน
ผู้ตัดสิน : นิโกล่า ริซโซลี่ (อิตาลี)



ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ สยามกีฬา

Read More

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

สุดเดือด!ผีพลิกกะซวกดับปืน2-1

" ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพลิกแซง "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล 2-1 หลังโดน อังเดร อาร์ชาวิน ซัดนำตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนทวงคืน2ลูกในครึ่งหลังจากจุดโทษของ เวย์น รูนี่ย์ และ การทำเข้าประตูตัวเองของ อาบู ดิยาบี้ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ :: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - อาร์เซน่อล 1

"แชมป์เก่า" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำศึกบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับ อาร์เซน่อล โดยเจ้าถิ่นยังคงไม่มีทั้ง เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ นายทวารมือหนึ่งชาวดัตช์ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังตัวแกร่ง ขณะที่ทีมเยือนต้องขาด เชส ฟาเบรกาส จอมทัพกัปตันทีมที่ไม่ผ่านทดสอบความฟิต

เริ่มครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเน้นครองบอลดูเชิงกันเป็นส่วนใหญ่ จนมาถึงนาทีที่ 9 แมนยูฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงก่อน เวย์น รูนี่ย์ หยอดบอลเข้าเขตโทษให้ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ จับบอลซัดข้ามคานออกไป ช่วง 20 นาทีแรก ปีศาจแดง ครองเกมดีกว่า ได้โอกาสป้วนเปี้ยนหน้าเขตโทษ อาร์เซน่อล มากขึ้น แต่ยังหาช่องว่างไปเจาะตาข่ายไม่ได้เลยสักครั้ง และถึงนาทีที่ 23 ก็มีใบเหลืองของเกม เมื่อ อเล็กซานเดอร์ ซง จงใจสไลด์ดับเครื่องชนใส่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่กำลังลากเลื้อยขึ้นเกมรุกตรงริมเส้นฝั่งขวา
อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล มาได้ลุ้น 2 ครั้งติดๆ กันในช่วงนาทีที่ 25 โดยจังหวะแรก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงด้วยซ้ายแฉลบหัวเข่า ปาทริซ เอวร่า ออกหลัง ก่อนที่ อังเดร อาร์ชาวิน จะได้เก็บตกลูกเคลียร์เตะมุมไม่ขาดของนายทวาร เบน ฟอสเตอร์ ซัดข้ามคานไปแบบน่าหวาดเสียว

เกมเดินทางครบครึ่งชั่วโมง เจ้าถิ่นได้ฟาวล์ฟรีคิกระยะมีลุ้นเยื้องไปทางซ้ายหน้าเขตโทษ พร้อมกับที่ วิลเลี่ยม กัลลาส โดนใบเหลืองไปด้วยจากการสกัดฟาวล์ ปาทริซ เอวร่า แต่ เวย์น รูนี่ย์ กลับปั่นฟรีคิกถากเสาแรกไปแบบน่าผิดหวัง หลังจากนั้น 4 นาที เอวร่า ก็โดนจดชื่อบ้าง นับเป็นใบเหลืองแรกของ แมนยูฯ ยูไนเต็ด
เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงเหมือนเดิม แชมป์เก่าครองเกมบุกเหนือกว่า แต่จังหวะสุดท้ายกลับขาดๆ เกินๆ โดยเฉพาะในรายของ ไรอัน กิ๊กส์ กัปตันทีมจอมเก๋าที่ดูเหมือนจะตามเกมไม่ทันสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล น่าได้ลูกโทษในนาทีที่ 39 เมื่อ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ สไลด์เสียบ อังเดร อาร์ชาวิน ในเขตโทษ แต่ให้หลังแค่นาทีเดียว ทีมเยือนก็ยิงขึ้นนำจนได้จากลูกยิงสุดสวยนอกกรอบเขตโทษของ อาร์ชาวิน จนกระทั่งหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ 1-0 ของอาร์เซน่อล

เปิดฉากครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นแต่อย่าง ใด และผ่านเกมมาแค่นาทีที่ 47 เจ้าถิ่นหวิดเสียประตูลูกสอง เมื่อ อาร์ชาวิน หลุดเข้าไปในเขตโทษด้านซ้ายจ่ายลูกเรียดเข้ากลางให้ ฟาน เพอร์ซี่ พุ่งเข้าชาร์จเผาขนด้วยซ้าย แต่ เบน ฟอสเตอร์ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดบอลพ้นอันตรายได้อย่างเหลือเชื่อ และในนาทีที่ 50 ทีมเยือนได้ลุ้นอีกหน กาแอล กลิชี่ โยนยาวจากกราบซ้าย แต่ เอ็มมานูแอล เอบูเอ้ กลับแตะบอลไม่โดน ทั้งที่มีโอกาสโล่งๆ อยู่แล้ว

พอเกือบเสียประตูตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แมนยูฯ ยูไนเต็ด ดูจะเร่งเกมกระเตื้องขึ้นมาบ้าง แต่จังหวะการเล่นยังดูเหมือนช้าไปครึ่งก้าวอยู่เสมอ แต่ในนาทีที่ 56 เวส บราวน์ กลับทำหมูหกง่ายๆ เปิดบอลไปเข้าเท้า เดนิลสัน หน้าเขตโทษตัวเอง แต่ยังดีที่กองกลางแซมบ้าดันจ่ายไปให้ ฟาน เพอร์ซี่ ในจังหวะล้ำหน้าพอดี

อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ 2 นาทีให้หลัง แมนยูฯ ยูไนเต็ด ฉวยโอกาสได้ลูกโทษจากจังหวะที่ รูนี่ย์ หลุดเข้าไปโดน มานูเอล อัลมูเนีย รวบล้มลงไปในเขตโทษ พร้อมกับที่นายด่านสแปนิชถูกแจกใบเหลืองด้วย ก่อนที่ดาวยิงร่างอวบจะสังหารเข้าด้านขวามือตัวเอง ขณะที่ อัลมูเนีย พุ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง ส่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูตีเสมอ 1-1

ถึงนาทีที่ 62 ทีมปืนโต เกือบยิงนำอีกหนอย่างทันควัน จากจังหวะฟรีคิกนอกเขตโทษด้านขวาในจังหวะที่ เวส บราวน์ ทำฟาวล์ อาบู ดิยาบี้ ก่อนดาวยิงดัตช์จะปั่นชนคานดังสนั่นอย่างน่าเสียดาย แต่ให้หลังอีกแค่นาทีเดียว แมนยูฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ ไรอัน กิ๊กส์ เปิดฟรีคิกจากริมเส้นด้านขวา อาบู ดิยาบี้ ขึ้นโขกผิดเหลี่ยมส่งบอลย้อยเสียบสามเหลี่ยมสงเคราะห์ประตูให้เจ้าถิ่น 2-1

กระนั้นก็ดี อีก 2 นาทีถัดมา ดิยาบี้ เกือบแก้ตัวได้ทันควัน จากจังหวะหลุดขึ้นมารับบอลในเขตโทษ แมนยูฯ ยูไนเต็ด ก่อนซัดเรียดหลุดเสาไกลไปนิดเดียวเท่านั้น ถึงนาทีที่ 70 เอวร่า เข้าปะทะกับ เอบูเอ้ ที่พุ่งล้มไปกองกับพื้น แต่กรรมการ ไมค์ ดีน อ่านเกมขาดเลยแจกใบเหลืองให้ห้องเครื่องกันเนอร์ส ส่งผลให้แบ็กซ้ายเจ้าถิ่นรอดพ้นการโดนไล่ออกไปแบบหวุดหวิด หลังโดนจดชื่อไปก่อนหน้านั้นแล้ว

หลังจากนั้น ทั้งสองทีมยังคงแลกเกมบุกหมดหน้าตักกันอย่างเมามัน อาร์เซน่อล มีโอกาสได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาเจ็บ จากโอกาสที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ส่งบอลตุงต่าข่ายได้ แต่สาวก เดอะกันเนอร์ส ก็ต้องเฮเก้อ เนื่องจาก วิลเลี่ยม กัลลาส ที่เป็นคนโหม่งชงกลับมาให้ ฟาน เพอร์ซี่ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จบเกม แมนยูฯ ยูไนเต็ด แซงชนะ อาร์เซน่อล 2-1 ยัดเยียดความปราชัยนัดแรกให้กับคู่แข่งจากกรุงลอนดอนได้สำเร็จ

Read More

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552

In Rooney We Trust

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเกมลีกไปแล้วสามนัด กับการเล่นของหัวหอกคนสำคัญอย่าง เวย์น รูนีย์ ต้องบอกว่า ซีซั่นนี้เขาอาจจะรับภาระหนักที่สุดนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาร่วมทีมเลยนะครับ

ยูไนเต็ดเสีย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เอสเบอร์หนึ่งของทีม รวมทั้งไม่สามารถรั้งตัว คาร์ลอส เตเบซ ที่ย้ายไปรับเงินมหาศาลที่ซิตี้ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทุกความสนใจจึงพุ่งเป้ามาที่ เจ้าหนุ่มวัยยี่สิบสามกะรัต กับบทบาทหัวหอกเต็มตัวอย่างที่ เซอร์ อเล็กซ์ ได้ให้คำมั่นไว้เกี่ยวกับตำแหน่งการเล่นของเวย์น ว่าปีนี้ตำแหน่งเดียวที่เขาจะได้เล่นคือตำแหน่งกองหน้าจอมถล่มประตูเท่านั้นมันอาจจะดูเป็นเรื่องยากมากๆ กับทีมที่เพิ่งเสียนักเตะที่ดีที่สุดถึงสองคน และต้องมารับภาระที่หนักหนาสาหัสขนาดนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับนักเตะวัยหนุ่ม แต่กรณีของเวย์น ก็ยังมีน้ำหนักพอที่จะบอกได้ว่า เขาจะเป็นหนึ่งในข้อยกเว้นดังกล่าวนับตั้งแต่ย้ายเข้าสู่โรงละครแห่งความฝันเมื่อปี 2004 รูนีย์แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจเกินวัยได้ตั้งแต่นัดแรกที่ถูกส่งลงสนาม ด้วยการซัดแฮตทริกในเกมยุโรปกับเฟเนอบาเช่ และนี่คือนักเตะที่ เฟอร์กูสัน การันตีด้วยตัวเองเลยว่า "ดีที่สุดนับตั้งแต่ พอล แกสคอยส์"เขาเป็นมืออาชีพเต็มตัว เพราะแม้จะเปรยอยู่บ่อยครั้งว่าตำแหน่งที่ดีที่สุดของเจ้าตัว อยู่ที่ตำแหน่งกองหน้า แต่เมื่อถูกจับส่งลงสนามในตำแหน่งอื่นๆ เขาก็ไม่ปริปากบ่น แถมยังเล่นได้อย่างทุ่มเทจนชนะใจกองเชียร์อีกต่างหาก และในปัจจุบันกับฐานะจิตวิญญาณของทีมที่ขาดไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยถ้าแฟนบอลจะรักเขากับกระแสการย้ายทีมด้วยวงเงินตราที่บ้าคลั่งในตลาดซื้อขายนักเตะในปัจจุบัน เวย์น รูนีย์ คือแบบอย่างที่ทุกคนจะต้องดูเขา การสัมภาษณ์ การวางตัว และการแสดงออกในสนาม เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความจงรักภักดีที่มีต่อทีมได้เป็นอย่างดีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทั่วทั้งโลกรู้จักคือฟุตบอลที่กระหายชัยชนะ และไม่ยอมแพ้จนกว่าจะหมดเวลาการแข่งขัน ผู้เล่นของเฟอร์กี้อย่าง ไบรอัน ร๊อบสัน, รอย คีน และจนมาถึงเจเนเรชั่นล่าสุดอย่าง รูนีย์ คือแบบอย่างที่ชัดเจนในนิยามของคำว่านักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดก็ได้แต่หวังว่าการเล่นของทีมจะกลับมาสู่จุดลงตัวอย่างที่เคยเป็นมาในปีก่อนๆ เพราะเราไม่อาจส่งรูนีย์ ลงสนามให้ทีมได้ทุกนัด แม้ความเป็นจริงเรายอมแลกทุกอย่างเพื่อเข็นให้เขาลงเล่นก็ตามการสร้างสถิติยิงประตูให้ยูไนเต็ด ทะลุหนึ่งร้อยประตูอาจเป็นการเริ่มต้นซีซั่นที่ดีสำหรับรูนีย์ และเป็นแรงใจให้รูนีย์ ในการทำงานหนักตลอดซีซั่น ซีซั่นที่อาจจะเป็นซีซั่นที่เขาต้องเหนื่อยที่สุด
เอาใจช่วยเขาหน่อยนะครับ กับนักเตะในแบบฉบับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คุณควรจดจำเขาไปตลอดกาล

Read More

First Team Squad 2009/10


รูปถ่ายทีม ประจำฤดูกาล 2009-2010

บน ขวา>ซ้าย จากในรูป : Craig Cathcart , Wes Brown , Danny Welbeck , Jonny Evans , John O'Shea , Rio Ferdinand , Gabriel Obertan , Nemanja Vidic , Ritchie De Laet , Michael Carrick , Dimitar Berbatov , Darren Fletcher
กลาง ขวา>ซ้าย จากในรูป : Staff Coach ไม่แน่ใจ , Antonio Valencia , Anderson , Nani , Ben Amos , Ben Foster , Edwin Van Der Sar , Tomasz Kuszczak , Darron Gibson , Tom Cleverley , Rafael
ล่าง ขวา>ซ้าย จากในรูป : Park Ji-Sung , Michael Owen , Fabio , Rene Meulensteen , Ryan Giggs , Sir Alex Ferguson , Gary Neville , Mick Phelan , Wayne Rooney , Patrice Evra , Paul Scholes

Read More

พรีวิว : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - อาร์เซนอล

สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีกเวลา 23.15 น.

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2552

ถ่ายทอดสด ทรู วิชั่นส์ 59

ผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน

ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ไซม่อน เบ็ค, ริชาร์ด เวสต์ผู้ตัดสินที่สี่ ลี โพรเบิร์ต


-------------------------------------------------------------------------------------------------


เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังต้องเผชิญปัญหาในแนวรับต่อไป เมื่อ จอนนี่ อีแวนส์ ยังต้องเช็คอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าก่อนลงสนาม หลังถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกมกับวีแกนขณะที่ เวส บราวน์ พร้อมลงช่วยทีมอีกครั้ง หลังลงเล่นในเกมสำรองแล้วไม่มีปัญหาใดๆ แต่ยังคงขาด ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังตัวเก่งต่อไปอีกสัปดาห์ทางด้าน อาร์เซน่อล ทั้ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ อังเดร อาร์ชาวิน น่าจะกลับสู่ทีมอีกครั้ง หลังถูกดรอปไว้ข้างสนามในเกมกลางสัปดาห์กับ เซลติกในรายของ เชส ฟาเบรกัส นั้นหมดสิทธิลงช่วยทีมแน่นอน ส่วน อารอน แรมซี่ ยังต้องเช็คความฟิตเสียก่อน แต่จะได้ โทมัส โรซิคกี้ กลับสู่ทีมอีกครั้งหลังกลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว


-------------------------------------------------------------------------------------------------


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ติดโทษแบน : ไม่มี
รอดูอาการ : อีแวนส์ (ข้อเท้า)บาดเจ็บ : เฟอร์ดินานด์ (ต้นขา), ฮาร์กรีฟส์ (เข่า), โอแบร์ตอง (ไม่ระบุ), ราฟาเอล (ไหล่), ฟาน เดอร์ ซาร์ (มือ)


อาร์เซนอล
ติดโทษแบน : ไม่มี
รอดูอาการ : แรมซี่ (เข่า)บาดเจ็บ : ชูรู (เข่า), ฟาเบียนสกี้ (เข่า), ฟาเบรกัส (เอ็นร้อยหวาย), นาสรี่ (ขา), วัลคอตต์ (หลัง)


-------------------------------------------------------------------------------------------------


ฟอร์มของทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ปีศาจแดงมีสถิติเล่นในบ้านดีที่สุดในปีที่แล้ว ด้วยผลงานชนะ 16 ใน 19 เกม โดยพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล เพียงทีมเดียว อีก 2 เกมเป็นการเสมอกับ นิวคาสเซิล และ อาร์เซนอล
เวย์น รูนี่ย์ โหม่งทำประตูที่ 100 ให้กับตัวเองในยูนิฟอร์มปีศาจได้สำเร็จในเกมกับ วีแกน โดยถือเป็นการโหม่งทำประตูครั้งที่ 4 ให้กับสโมสรเสียด้วย
หาก พอล สโคลส์ ออกสตาร์ทตัวจริงจะเป็นนัดที่ 500 กับสโมสร ส่วน ปาทริซ เอฟร่า จะเป็นนัดที่ 100 ในลีก หากได้ลงสนาม


อาร์เซนอล
เดอะ กันเนอร์ แพ้ในเกมลีกเพียงนัดเดียวตั้งแต่เข้าสู่ปี 2009 ในแมตท์กับเชลซี
อาร์เซนอล เก็บชัยชนะ 3 เกมแรกในลีก ครั้งสุดท้ายในปี 2004/05 โดยจบซีซั่นในฐานะรองแชมป์
มิเกล ซิลแวสตร์ ทำ 10 ประตู จาก 361 นัด สมัยเล่นให้ยูไนเต็ด และเคยถูกไล่ออกในการบุกไปเยือน อาร์เซนอล ในปี 2005


-------------------------------------------------------------------------------------------------


รายชื่อผู้ทำประตู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เวย์น รูนี่ 4 ประตู (3 ในลีก), นานี่ 2 ประตู (1 ในลีก)

อาร์เซนอล
กัลลาส 3 ประตู (2 ในลีก), ฟาเบรกัส, ดายาบี 2 ประตู (2 ในลีก), เอดูอาร์โด 2 ประตู (1 ในลีก)


รายชื่อผู้เล่นในนัดล่าสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

(ชนะ วีแกน 5-0, เยือน) ฟอสเตอร์, เนวิลล์, วิดิช, จอนนี่ อีแวนส์ (โอเชีย น. 72), เอฟร่า, วาเลนเซีย, เฟลทเชอร์, สโคลส์ (กิ๊บสัน น. 72), นานี่, รูนี่ย์ (โอเว่น น. 71) เบอร์บาตอฟ สำรองไม่ได้ใช้ คุสซ์แซค, กิ๊กส์, เวลเบ็ค, ฟาบิโอ ดา ซิลวา

อาร์เซนอล

(ชนะ พอร์ทสมัธ 4-1, เหย้า) อัลมูเนีย, เอบูเอ, กัลลาส, เวอร์มาเลน, กิ๊บบส์, ดายาบี, ฟาเบรกัส (แรมซี่ น. 46), เดนิลสัน, อาร์ชาวิน (เมริดา น. 71), ฟาน เพอร์ซี่, เอดูอาร์โด (เบนท์เนอร์ น. 71)สำรองไม่ได้ใช้ มาโนเน, ซาญญา, ซง, กลิชี่


การพบกันนัดล่าสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0 - 0 อาร์เซนอล16 พฤษภาคม 2009

เลาะสนามอย่างโชคโชน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเก็บชัยอย่างสวยหรูอีกครั้งในเกมถล่ม วีแกน 5 ประตูเน้นๆ หลังโดนน้องใหม่ เบิร์นลี่ย์ ลูบคมจนเสียผีมาก่อนหน้านั้น แถมการได้ วิดิช กลับมาคุมเกมรับจะยิ่งช่วยให้แผงหลังปีศาจกลับมาแกร่งทั่วแผ่นอีกครั้ง แม้จะขาดคู่ขาอย่าง เฟอร์ดินานด์ ไปก็ตามต่างกับทางด้าน อาร์เซนอล ที่มาเยือนด้วยสภาพไร้จอมทัพอย่าง ฟาเบรกัส ไปแน่นอน แถมเหล่ากันเนอร์ เพิ่งจะเสียเหงื่อไปกับเกมยุโรปกลางสัปดาห์ ทำให้ดูเป็นรองเจ้าถิ่นในด้านพละกำลังอยู่บ้าง แต่การเก็บชัยชนะ 4 เกมรวดตั้งแต่เปิดฤดูกาล ด้วยการส่องตาข่ายเป็นกอบเป็นกำ ก็น่าจะทำให้พวกเขามีความมั่นใจในการบุกมาเยือนโรงละครแห่งความฝันพอสมควรต้องดูกันว่าแนวรุกปืนที่ขาดการนำจาก ฟาเบรกัส จะดุดันขนาดไหน และการกลับมาของ วิดิช จะสร้างแนวรับปีศาจที่แข็งแกร่งดังเดิมได้หรือไม่ แล้วขุนพลอสูรจะผลิตผลงานร้อนแรงต่อเนื่องได้มั๊ย นี่คือบททดสอบสำคัญเพื่อมุ่งสู่การป้องกันแชมป์ เชื่อว่าหากแผงหลังไม่ผิดพลาดเอง อย่างน้อยลูกทีมของป๋าอเล็กซ์ มีแต้มติดมือแน่นอน...โป๊ะเช๊ะ

Read More

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เซอร์ยันผีไม่ซื้อเพิ่มแม้ริโอเดี้ยงยาว

เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยันชัดเจนไม่มีการเสริมทัพเพิ่มช่วงซัมเมอร์นี้ แม้กองหลังตัวเกงอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ต้องพักถึง 1 เดือน แถมเกมรุกก็ยังมีปัญหาปืนฝืดอยู่ก็ตาม พร้อมเปรยเตรียมเข็น เนมานย่า วิดิช ลงเล่นในเกมเยือนวีแกน แอธเลติก เสาร์นี้ แม้ดาวเตะเซิร์บยังไม่ได้สัมผัสเกมในสนามเลยก็ตาม

Read More

ผีแดงเฮ!วิดิชคัมแบ็กบุกรังวีแกน

"ผีแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังล้างอายหลังจากนัดกลางสัปดาห์พลาดท่า พ่ายเบิร์นลี่ย์มา 0-1 เกมนี้จะได้เนมานย่า วิดิช หายเจ็บกลับคืนสู่ทีมอีกครั้ง โดยเป็นเวย์น รูนี่ย์จะยืนหัวหอกคู่กับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ส่วนวีแกน แอธเลติก วาง ฮูโก้ โรตาเยก้า เป็นกองหน้าตัวเป้า ในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2552 เวลา 21.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย

Read More

แมนยูอุ่นเครื่อง ปรีซีซัน

Read More

เซอร์เซ็งผีเล่นขาดๆเกินๆทำแพ้เบิร์นลี่ย์

เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับ ทีมเล่นไม่เอาอ่าวจริงๆ ในเกมที่ออกไปแพ้เบิร์นลี่ย์ 0-1 ในวันพุธที่ 19 ส.ค. 2552 ที่ผ่านมา ชี้การตัดสินใจเล่นแต่ละจังหวะล้วนผิดพลาด ยิงได้ก็ไม่ยอมยิง รับส่งบอลก็ขาดๆเกินๆ แต่มั่นใจเกมวนเสาร์ที่ 22 นี้ กับ วีแกน จะแก้ตัวได้ ....

Read More