" ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพลิกแซง "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล 2-1 หลังโดน อังเดร อาร์ชาวิน ซัดนำตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนทวงคืน2ลูกในครึ่งหลังจากจุดโทษของ เวย์น รูนี่ย์ และ การทำเข้าประตูตัวเองของ อาบู ดิยาบี้ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ :: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - อาร์เซน่อล 1

"แชมป์เก่า"
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำศึกบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับ อาร์เซน่อล โดยเจ้าถิ่นยังคงไม่มีทั้ง
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ นายทวารมือหนึ่งชาวดัตช์ และ ริโอ
เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังตัวแกร่ง ขณะที่
ทีมเยือนต้องขาด เชส ฟาเบรกาส จอมทัพกัปตัน
ทีมที่ไม่ผ่านทดสอบความฟิต
เริ่มครึ่งแรก ทั้งสอง
ทีมยังเน้นครองบอลดูเชิงกันเป็นส่วนใหญ่ จนมาถึงนาทีที่ 9
แมนยูฯ
ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงก่อน เวย์น
รูนี่ย์ หยอดบอลเข้าเขตโทษให้ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ จับบอลซัดข้ามคานออกไป ช่วง 20 นาทีแรก ปีศาจแดง ครองเกมดีกว่า ได้โอกาสป้วนเปี้ยนหน้าเขตโทษ อาร์เซน่อล มากขึ้น แต่ยังหาช่องว่างไปเจาะตาข่ายไม่ได้เลยสักครั้ง และถึงนาทีที่ 23 ก็มีใบเหลืองของเกม เมื่อ อเล็กซานเดอร์ ซง จงใจสไลด์ดับเครื่องชนใส่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่กำลังลากเลื้อยขึ้นเกมรุกตรงริมเส้นฝั่งขวา
อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล มาได้ลุ้น 2 ครั้งติดๆ กันในช่วงนาทีที่ 25 โดยจังหวะแรก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงด้วยซ้ายแฉลบหัวเข่า ปาทริซ เอวร่า ออกหลัง ก่อนที่ อังเดร อาร์ชาวิน จะได้เก็บตกลูกเคลียร์เตะมุมไม่ขาดของนายทวาร เบน ฟอสเตอร์ ซัดข้ามคานไปแบบน่าหวาดเสียว
เกมเดินทางครบครึ่งชั่วโมง เจ้าถิ่นได้ฟาวล์ฟรีคิกระยะมีลุ้นเยื้องไปทางซ้ายหน้าเขตโทษ พร้อมกับที่ วิลเลี่ยม กัลลาส โดนใบเหลืองไปด้วยจากการสกัดฟาวล์ ปาทริซ เอวร่า แต่ เวย์น รูนี่ย์ กลับปั่นฟรีคิกถากเสาแรกไปแบบน่าผิดหวัง หลังจากนั้น 4 นาที เอวร่า ก็โดนจดชื่อบ้าง นับเป็นใบเหลืองแรกของ แมนยูฯ ยูไนเต็ด
เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงเหมือนเดิม แชมป์เก่าครองเกมบุกเหนือกว่า แต่จังหวะสุดท้ายกลับขาดๆ เกินๆ โดยเฉพาะในรายของ ไรอัน กิ๊กส์ กัปตันทีมจอมเก๋าที่ดูเหมือนจะตามเกมไม่ทันสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล น่าได้ลูกโทษในนาทีที่ 39 เมื่อ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ สไลด์เสียบ อังเดร อาร์ชาวิน ในเขตโทษ แต่ให้หลังแค่นาทีเดียว ทีมเยือนก็ยิงขึ้นนำจนได้จากลูกยิงสุดสวยนอกกรอบเขตโทษของ อาร์ชาวิน จนกระทั่งหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ 1-0 ของอาร์เซน่อล
เปิดฉากครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นแต่อย่าง ใด และผ่านเกมมาแค่นาทีที่ 47 เจ้าถิ่นหวิดเสียประตูลูกสอง เมื่อ อาร์ชาวิน หลุดเข้าไปในเขตโทษด้านซ้ายจ่ายลูกเรียดเข้ากลางให้ ฟาน เพอร์ซี่ พุ่งเข้าชาร์จเผาขนด้วยซ้าย แต่ เบน ฟอสเตอร์ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดบอลพ้นอันตรายได้อย่างเหลือเชื่อ และในนาทีที่ 50 ทีมเยือนได้ลุ้นอีกหน กาแอล กลิชี่ โยนยาวจากกราบซ้าย แต่ เอ็มมานูแอล เอบูเอ้ กลับแตะบอลไม่โดน ทั้งที่มีโอกาสโล่งๆ อยู่แล้ว
พอเกือบเสียประตูตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แมนยูฯ ยูไนเต็ด ดูจะเร่งเกมกระเตื้องขึ้นมาบ้าง แต่จังหวะการเล่นยังดูเหมือนช้าไปครึ่งก้าวอยู่เสมอ แต่ในนาทีที่ 56 เวส บราวน์ กลับทำหมูหกง่ายๆ เปิดบอลไปเข้าเท้า เดนิลสัน หน้าเขตโทษตัวเอง แต่ยังดีที่กองกลางแซมบ้าดันจ่ายไปให้ ฟาน เพอร์ซี่ ในจังหวะล้ำหน้าพอดี
อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ 2 นาทีให้หลัง แมนยูฯ ยูไนเต็ด ฉวยโอกาสได้ลูกโทษจากจังหวะที่ รูนี่ย์ หลุดเข้าไปโดน มานูเอล อัลมูเนีย รวบล้มลงไปในเขตโทษ พร้อมกับที่นายด่านสแปนิชถูกแจกใบเหลืองด้วย ก่อนที่ดาวยิงร่างอวบจะสังหารเข้าด้านขวามือตัวเอง ขณะที่ อัลมูเนีย พุ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง ส่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูตีเสมอ 1-1
ถึงนาทีที่ 62 ทีมปืนโต เกือบยิงนำอีกหนอย่างทันควัน จากจังหวะฟรีคิกนอกเขตโทษด้านขวาในจังหวะที่ เวส บราวน์ ทำฟาวล์ อาบู ดิยาบี้ ก่อนดาวยิงดัตช์จะปั่นชนคานดังสนั่นอย่างน่าเสียดาย แต่ให้หลังอีกแค่นาทีเดียว แมนยูฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ ไรอัน กิ๊กส์ เปิดฟรีคิกจากริมเส้นด้านขวา อาบู ดิยาบี้ ขึ้นโขกผิดเหลี่ยมส่งบอลย้อยเสียบสามเหลี่ยมสงเคราะห์ประตูให้เจ้าถิ่น 2-1
กระนั้นก็ดี อีก 2 นาทีถัดมา ดิยาบี้ เกือบแก้ตัวได้ทันควัน จากจังหวะหลุดขึ้นมารับบอลในเขตโทษ แมนยูฯ ยูไนเต็ด ก่อนซัดเรียดหลุดเสาไกลไปนิดเดียวเท่านั้น ถึงนาทีที่ 70 เอวร่า เข้าปะทะกับ เอบูเอ้ ที่พุ่งล้มไปกองกับพื้น แต่กรรมการ ไมค์ ดีน อ่านเกมขาดเลยแจกใบเหลืองให้ห้องเครื่องกันเนอร์ส ส่งผลให้แบ็กซ้ายเจ้าถิ่นรอดพ้นการโดนไล่ออกไปแบบหวุดหวิด หลังโดนจดชื่อไปก่อนหน้านั้นแล้ว
หลังจากนั้น ทั้งสองทีมยังคงแลกเกมบุกหมดหน้าตักกันอย่างเมามัน อาร์เซน่อล มีโอกาสได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาเจ็บ จากโอกาสที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ส่งบอลตุงต่าข่ายได้ แต่สาวก เดอะกันเนอร์ส ก็ต้องเฮเก้อ เนื่องจาก วิลเลี่ยม กัลลาส ที่เป็นคนโหม่งชงกลับมาให้ ฟาน เพอร์ซี่ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จบเกม แมนยูฯ ยูไนเต็ด แซงชนะ อาร์เซน่อล 2-1 ยัดเยียดความปราชัยนัดแรกให้กับคู่แข่งจากกรุงลอนดอนได้สำเร็จ
Read More